ข่าวสังคม - โซเชียล

เตือนแล้วนะ! 5 อาหาร ขึ้นบัญชีดำ ที่คนใกล้วัย 50 ควรเริ่มงดได้แล้ว

|
เตือนแล้วนะ! 5 อาหาร ขึ้นบัญชีดำ ที่คนใกล้วัย 50 ควรเริ่มงดได้แล้ว

เมื่อก้าวเข้าสู่วัยใกล้ 50 ปี บุคคลจำนวนมากเริ่มให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสวมใส่เสื้อผ้า การจัดตารางการนอน การออกกำลังกาย หรือแม้กระทั่งการบริหารจัดการด้านการเงิน ทว่า สิ่งหนึ่งที่มักถูกละเลยและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพในระยะยาว คือ “พฤติกรรมการบริโภคอาหาร”

หลายท่านอาจเคยตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดเมื่อรับประทานอาหารในปริมาณและรูปแบบเดียวกับช่วงวัยหนุ่มสาว แต่น้ำหนักกลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รู้สึกเหนื่อยล้าง่ายกว่าเดิม หรือมีค่าไขมันในเลือด ระดับน้ำตาล และความดันโลหิตที่เริ่มไม่เป็นไปตามปกติ คำตอบสำหรับข้อสงสัยเหล่านี้ไม่ได้มาจากปัจจัยด้านอายุเพียงอย่างเดียว แต่ยังคงมีความเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาที่เกิดขึ้นตามวัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์ได้อธิบายถึงปรากฏการณ์นี้ว่า ร่างกายของบุคคลในวัย 50 ปี ไม่ได้เป็นเพียงการที่ร่างกายในวัย 30 ปี มีอายุเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย หากแต่เป็นช่วงเวลาที่ระบบการทำงานภายในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดเจน มวลกล้ามเนื้อจะลดลง ทำให้ร่างกายสะสมไขมันได้ง่ายขึ้น ระบบการเผาผลาญพลังงานทำงานช้าลงอย่างมีนัยสำคัญ และความสามารถของร่างกายในการฟื้นฟูตนเองจากการรับประทานอาหารหนักๆ ก็ลดประสิทธิภาพลงกว่าเดิม กล่าวโดยสรุปคือ เป็นจุดที่ร่างกายกำลังเข้าสู่กระบวนการเสื่อมถอย และบางระบบอาจเสื่อมเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้

5 อาหารที่คนวัย 50 ปีขึ้นไปควรลด

1. อาหารทอด กรอบอร่อยแต่ควรกินให้น้อยลง

ไก่ทอด เฟรนช์ฟรายส์ กล้วยทอด หมูทอด หรือของทอดกรอบ ๆ เป็นอาหารที่หลายคนชอบ เพราะกินง่ายและอร่อย แต่ปัญหาคืออาหารทอดมักมีพลังงานสูง ไขมันสูง และบางเมนูยังมีไขมันอิ่มตัวหรือไขมันทรานส์แฝงอยู่ การทอดด้วยความร้อนสูงยังอาจทำให้เกิดสารบางชนิด เช่น อะคริลาไมด์ ซึ่งพบได้ในอาหารประเภทแป้งที่ผ่านความร้อนสูง ขณะเดียวกัน งานวิจัยบางชิ้นพบความสัมพันธ์ระหว่างการกินอาหารทอดบ่อยกับความเสี่ยงโรคเรื้อรังบางชนิด เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็งบางประเภท

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปว่า “กินของทอดแล้วจะเป็นมะเร็งทันที” เพราะความเสี่ยงขึ้นอยู่กับความถี่ ปริมาณ วิธีทอด น้ำมันที่ใช้ และพฤติกรรมสุขภาพโดยรวม

คำแนะนำ: คนวัย 50 ปีขึ้นไปควรลดความถี่ในการกินของทอด เลี่ยงอาหารทอดซ้ำหรือทอดน้ำมันท่วม และเปลี่ยนเป็นเมนูนึ่ง ย่าง อบ ต้ม หรือใช้หม้อทอดไร้น้ำมันเป็นครั้งคราวแทน

2. น้ำตาลและแป้งขัดสี ทำให้น้ำตาลขึ้นง่ายกว่าเดิม

ข้าวขาว ขนมปังขาว เส้นก๋วยเตี๋ยว ขนมหวาน เบเกอรี และเครื่องดื่มหวาน เป็นอาหารที่หลายคนกินเป็นประจำ แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ร่างกายอาจจัดการกับน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตได้ไม่ดีเท่าเดิม แป้งขัดสีมักย่อยเร็ว ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นเร็วและลงเร็ว ส่งผลให้หิวไว กินจุบจิบง่าย และอาจเพิ่มภาระให้ระบบควบคุมน้ำตาลในเลือด หากกินมากเป็นประจำอาจเกี่ยวข้องกับภาวะดื้อต่ออินซูลิน น้ำหนักเกิน และเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ ไม่ได้หมายความว่าคนอายุ 50 ปีขึ้นไปต้องเลิกกินข้าวหรือเส้นทั้งหมด แต่ควรลดปริมาณแป้งขัดสี และเพิ่มแหล่งคาร์โบไฮเดรตคุณภาพดี เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว ผัก และผลไม้ที่ไม่หวานจัด

คำแนะนำ: หากกินข้าวขาวเป็นประจำ อาจเริ่มจากลดปริมาณลงบางส่วน แล้วเพิ่มผักและโปรตีนในจาน หรือสลับเป็นข้าวกล้อง มันเทศ ฟักทอง หรือธัญพืชไม่ขัดสีในบางมื้อ

3. น้ำอัดลมและเครื่องดื่มหวาน ภัยเงียบของน้ำตาลเกิน

น้ำอัดลม ชานม น้ำหวาน กาแฟใส่น้ำเชื่อม น้ำผลไม้เติมน้ำตาล และเครื่องดื่มรสหวานต่าง ๆ เป็นแหล่งน้ำตาลที่หลายคนได้รับโดยไม่รู้ตัว เพราะดื่มง่ายและไม่ทำให้อิ่มเท่าการกินอาหารจริง การดื่มเครื่องดื่มหวานบ่อย ๆ อาจเพิ่มพลังงานส่วนเกิน ทำให้น้ำหนักขึ้นง่าย และเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของไขมันในเลือดสูง เบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงภาวะไขมันพอกตับในบางคน ส่วนเครื่องดื่มสูตรไม่มีน้ำตาลหรือสูตรไดเอท แม้ให้พลังงานต่ำกว่า แต่ก็ไม่ควรใช้เป็นเครื่องดื่มหลักทั้งวัน เพราะบางคนอาจยังติดรสหวาน และงานวิจัยเกี่ยวกับผลระยะยาวยังมีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา

คำแนะนำ: ควรเลือกน้ำเปล่าเป็นหลัก หากอยากดื่มเครื่องดื่มอื่น อาจเลือกชาหรือกาแฟไม่หวาน น้ำสมุนไพรไม่เติมน้ำตาล หรือค่อย ๆ ลดระดับความหวานลงจากที่เคยดื่ม

4. อาหารเค็มจัด เพิ่มภาระให้ความดันและไต

อาหารเค็มไม่ได้มีแค่เกลือที่เติมตอนปรุง แต่ยังซ่อนอยู่ในน้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสปรุงรส ผงปรุงรส อาหารแปรรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง ของดอง ไส้กรอก แฮม และขนมขบเคี้ยวหลายชนิด เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายบางคนอาจไวต่อโซเดียมมากขึ้น และไตอาจขับโซเดียมได้ไม่ดีเท่าวัยหนุ่มสาว การกินเค็มมากเป็นประจำจึงอาจเพิ่มความเสี่ยงความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไตได้ องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ผู้ใหญ่บริโภคโซเดียมน้อยกว่า 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบเท่าเกลือน้อยกว่า 5 กรัมต่อวัน ซึ่งรวมเกลือที่อยู่ในอาหารสำเร็จรูปและเครื่องปรุงแล้ว ไม่ใช่เฉพาะเกลือที่เติมเองเท่านั้น

คำแนะนำ: ลดการเติมน้ำปลา ซีอิ๊ว และซอสต่าง ๆ ชิมก่อนปรุง เลือกอาหารสดแทนอาหารแปรรูป และอ่านฉลากโภชนาการ โดยเฉพาะปริมาณโซเดียมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

5. นมไขมันเต็ม ชีส เนย และอาหารไขมันอิ่มตัวสูง

นมและผลิตภัณฑ์นมไม่ใช่อาหารต้องห้าม เพราะเป็นแหล่งแคลเซียม โปรตีน และสารอาหารหลายชนิด แต่ผลิตภัณฑ์นมบางชนิด เช่น นมไขมันเต็ม ชีส เนย ครีม และอาหารที่ใช้เนยหรือครีมจำนวนมาก อาจมีไขมันอิ่มตัวสูง การได้รับไขมันอิ่มตัวมากเกินไปอาจเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีในเลือด และเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะในคนวัยกลางคนขึ้นไปที่เริ่มมีความเสี่ยงด้านไขมัน ความดัน หรือน้ำหนักตัว ดังนั้น ประเด็นสำคัญไม่ใช่การ “งดนมทั้งหมด” แต่คือการเลือกชนิดและปริมาณให้เหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ เบาหวาน หรือโรคอ้วน

คำแนะนำ: เลือกนมพร่องมันเนย นมไขมันต่ำ โยเกิร์ตรสธรรมชาติไม่หวาน หรือแหล่งแคลเซียมอื่น ๆ ตามความเหมาะสม หากมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนเปลี่ยนรูปแบบอาหาร

อาหารที่ควรมีในจานให้บ่อยขึ้น ได้แก่ ผักหลากสี ผลไม้ไม่หวานจัด ถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี ปลา ไข่ โปรตีนไขมันต่ำ น้ำมันมะกอก อะโวคาโด และถั่วเปลือกแข็งในปริมาณเหมาะสม เพราะช่วยให้ร่างกายได้รับใยอาหาร โปรตีน ไขมันดี วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็น

นอกจากนี้ คนวัย 50 ปีขึ้นไปควรให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย โดยเฉพาะการฝึกกล้ามเนื้อร่วมกับแอโรบิก นอนหลับให้เพียงพอ ลดความเครียด และตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพราะอาหารเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการสูงวัยอย่างมีคุณภาพ

ABOUT THE AUTHOR

oum

ทีมข่าว Siam News