จากกรณีที่ นายโยธิน มาพบพันธ์ อายุ 73 ปี อดีตนักแสดงสมทบผู้เคยฝากผลงานการรับบทพระในละครและภาพยนตร์ชื่อดังหลายเรื่อง อาทิ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 2, หมอยาท่าโฉลง และเสาร์ 5 ได้ประสบปัญหาสุขภาพ ไม่มีงานทำ และไม่มีที่พักอาศัยเป็นหลักแหล่ง โดยส่วนใหญ่ต้องอาศัยนอนบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ จนกระทั่งได้เดินทางเข้าขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี จนกลายเป็นกระแสข่าวในสังคมนั้น

ล่าสุดวันนี้(15 ตุลาคม 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ พักพระภิกษุสงฆ์เลขที่ 28/3 ม.21 ต.ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ซึ่งใช้เป็นสถานที่พักของพระสงฆ์ของทางด้าน ดร.พรทิพา สุพัฒนุกูล หรือ ผอ.ฟ้า ที่ให้นายโยธิน มาพบพันธ์ อายุ 73 ปี อดีตนักแสดงสมทบมาพักอาศัยอยู่ โดยภายในห้องนอนที่คุณลุงโยธินนอนพักอาศัยนั้นมีอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกทั้งที่นอน หมอน โทรทัศน์ และแอร์ อีกด้วย โดยทางคุณลุงโยธิน กำลังนั่งกินข้าวอยู่ภายในห้องพักโดยสวมใส่เสื้อชุดเดิม
โดย นายโยธิน มาพบพันธ์ ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเมื่อคืนนี้มีนักแสดงรุ่นหลานเดินทางมาพบตนเองและพามายังสถานที่พักดังกล่าวนี้ ซึ่งมาทราบภายหลังว่าเป็นของดร.พรทิพา สุพัฒนุกูล หรือ ผอ.ฟ้า ที่ท่านให้รับลุงมาดูแล โดยปัจจุบันทาง ผอ.ฟ้า ไม่ให้ตนต้องทำงานหรือรับผิดชอบอะไรเป็นพิเศษ เพียงปฏิบัติตามคำแนะนำและใช้ชีวิตตามปกติ นอกจากนี้ ยังมีการจัดเตรียมอาหารให้รับประทานอย่างสม่ำเสมอ ทำให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งปัจจุบันตนเองมีโรคประจำตัวคือโรคความดันโลหิตสูง ต้องรับประทานยาเป็นประจำทุกวัน อีกทั้งยังมีปัญหาด้านการพูดไม่ชัดเหมือนในอดีต ซึ่งเกิดจากภาวะเส้นเลือดตีบตัน ส่งผลให้การออกเสียงและการพูดไม่คล่องแคล่วเหมือนเดิม แต่ว่าตนเองยังคงมีความหวังที่จะกลับมาทำงานในวงการละครไทยอีกครั้ง ซึ่งจะต้องพยายามฝึกฝนและปรับตัวกับข้อจำกัดด้านการพูดที่เกิดขึ้น แต่ยังมีความตั้งใจอยากทำงานแสดง หากมีโอกาสก็พร้อมที่จะพยายามอย่างเต็มที่

ในส่วนเรื่องของครอบครัว ตนเองรู้สึกเสียใจตนมีลูกทั้งชายและหญิงจากต่างมารดา แต่ที่ผ่านมาไม่ได้ส่งเสียเลี้ยงดูอย่างที่ควร ทำให้รู้สึกเกรงใจและไม่กล้ารบกวนลูกเพื่อขอความช่วยเหลือ แม้ลึก ๆ จะอยากพบลูกและอยากให้ลูกกลับมาหา แต่ก็ไม่แน่ใจว่าลูกยังจดจำตนได้หรือไม่ ส่วนลูกชายคนหนึ่งของตนเองย้ายไปอยู่ต่างประเทศตั้งแต่ยังเล็ก หลังมารดามีครอบครัวใหม่ ส่วนลูกสาวอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม โดยที่ผ่านมาไม่ได้ติดต่อกันอย่างใกล้ชิด ตนเองยอมรับว่าเสียใจอย่างมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น และตระหนักถึงความผิดพลาดในอดีตที่ไม่ได้ทำหน้าที่ดูแลลูกให้ดีเท่าที่ควรซึ่งตนเองนั้นรักลูกทุกคน ทั้งผู้ชายและผู้หญิง และตนก็รู้สึกว่าตัวเองทำผิดไป เสียใจมากในชีวิต แม้ชีวิตในวันนี้จะไม่เหมือนเดิม ทั้งเรื่องสุขภาพและโอกาสในการทำงาน แต่สิ่งที่ตนเองยังคงหวังคือการได้กลับมาทำงานแสดงอีกครั้ง ตนเองขอบคุณทุกคนที่ให้ความเมตตาและช่วยเหลือในช่วงเวลาที่ลำบาก โดยความช่วยเหลือที่ได้รับในครั้งนี้ถือเป็นกำลังใจสำคัญในการดำเนินชีวิตต่อไป

กำพล วงศ์สุทธา รายงาน