จากกรณีที่กอนหน้านี้ แหม่ม วิชุดา ได้มีหมายเรียกส่งถึงหน้าบ้านในปี 2567 ระบุว่าตกเป็นผู้ต้องหาคดีร่วมกันฉ้อโกง มูลค่าความเสียหายสูงถึง 40 ล้านบาท แหม่ม วิชุดา เล่าย้อนเหตุการณ์ว่า ก่อนหน้านั้นเมื่อปี 2566 เธอเคยถูกเอเจนซี่ศัลยกรรมที่รู้จักตะโกนด่ากลางสนามบินว่า อีขี้โกง ขณะกำลังจะเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้

ล่าสุด แหม่ม วิชุดา เปิดใจยืนยันว่า ตนไม่เคยทราบเรื่องการโอนเงินลงทุนธุรกิจดังกล่าว และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2562 แต่คู่กรณีกลับแจ้งความให้มีหมายเรียกส่งมาถึงตนในปี 2567 โดยล่าสุดได้เดินทางไปแจ้งความเป็นโจทก์ยื่นฟ้องกลับ 2 นักธุรกิจ และทนายความอีก 1 ราย ใน 3 ข้อหา ประกอบด้วย

1. แจ้งความเท็จกรณีกล่าวหาว่าร่วมกันฉ้อโกง
2. แจ้งข้อความอันเป็นเท็จให้เจ้าพนักงานจดลงในเอกสารราชการ
3. ข้อหากรรโชกทรัพย์ (เรื่องข่มขู่เรียกเงิน) รวมถึงได้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ที่ออกหมายเรียกผิดพลาด
