เรียกได้ว่า เป็นหมอลำสาวเสียงดี อย่าง บิว จิตรฉรีญา ว่าที่คุณแม่ป้ายแดง อัพเดตตั้งครรภ์ 7 เดือนแล้ว พร้อมเปิดใจครั้งแรก หลังสามีและผู้จัดการส่วนตัว อ๊อฟ ทวีวัฒน์ โพสต์ระบายปัญหาครอบครัวระบุว่า “ปีก่อน ผมและเมีย ขายทองคำ 14 บาท เพื่อใช้หนี้ให้ลุง(พี่ชายเมีย)ฟรี ปีนี้ผมไถ่ถอนที่นาและบ้านที่ลุง (พี่ชายเมีย)เอาไปจำนอง 1,600,000 บาท ให้พ่อกับแม่ วันนี้จะมาโอน บอกเอาไปจำนำอีกแล้ว”
โดยมีช่วงหนึ่ง นักข่าว ถามว่า ถามเรื่องดราม่าล่าสุดที่อ๊อฟ สามีเราโพสต์เกี่ยวกับการต้องแบกหนี้สินให้กับครอบครัวของฝั่งเรา แฟนๆ ก็เป็นห่วงเกิดอะไร มองว่าเรากับสามีเป็นเดอะแบก?
ทุกคนช็อกไปตามๆ กัน ก็แบก หน้าที่เนาะ เราเป็นคนรักครอบครัวมาก รักพ่อรักแม่รักพี่รักน้อง รักมาก รักจริง ๆ ก็มีแค่พวกเขาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แล้วตอนที่เรายังไม่ได้ประสบความสำเร็จ เราก็มีแค่พวกเขา พอวันที่เราประสบความสำเร็จมาอยู่ตรงนี้มีครอบครัวแล้ว เราก็ยังช่วยเหลือซัพพอร์ตทุกๆคนอยู่ แต่ว่าก็จะมีบางคนที่เราพยายามเปลี่ยนเขาแล้ว แต่ว่ามันก็เป็นไปไม่ได้ จริงๆ มันก็หลายครั้งแล้วแหละ แต่ว่าเราก็ทำเป็นหูหนวกตาบอดไป เพราะเรารักเขาไงคะ รักมาก เราก็ไม่ได้ไปจู้จี้ถามเป็นอะไรยังไงเกิดอะไรขึ้น เราก็ช่วยเหลือตลอด ช่วยทุกอย่างเลย

ทุกวันนี้ความสัมพันธ์ของเรากับพี่เป็นยังไง?
“สำหรับบิวนะมันตัดกันไม่ขาดหรอก จะพูดว่าผีไม่เผาเงาไม่เหยียบก็ไม่ได้ บิวทำแบบนั้นไม่ได้ แต่ว่าจะให้ไปซัพพอร์ตหรือช่วยเหลืออะไรเราคงไม่ไหวแล้ว เราคงพอแค่นี้ เราก็คุยกับแม่คุยกับพี่ว่า ที่ผ่านมาทำดีที่สุดแล้วนะถ้าหลังจากนี้ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่เขาเคลียร์ไปเองแล้ว ถ้าจะให้ถึงขนาดว่าผีไม่เผาเงาไม่เหยียบกัน มันก็ไม่ถึงขนาดนั้น ความเป็นพี่น้องก็ยังมีอยู่ ทำยังไงได้มันเกิดร่วมท้องเดียวกันแล้ว คงทำแบบนั้นไม่ได้ ความที่เขาเป็นพี่เราก็ยังเคารพและให้เกียรติเขาเสมอ ถามว่าเสียใจไหมก็เสียใจมาก เพราะว่ามันหลายครั้งมาก เสียใจที่สุดคือคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้ ทุกคนช็อกไปตามๆ กันเลย วันนั้นทุกคนรู้คือพังเลย”
พอจะบอกได้ไหมว่าที่เราช่วยเหลือเรื่องหนี้ของพี่หมดไปเท่าไหร่?
“โห มันเจ็ดหลักเลยค่ะ มันก็จะมีครั้งละหกหลักบ้าง มีครั้งที่เป็นเจ็ดหลักบ้าง แล้วก็มีเล็กๆน้อยๆ ประปรายเยอะแยะ เราไม่ได้ถามว่าเขาเอาไปทำอะไร ก็รู้แค่ว่าเป็นหนี้ เราก็คิดว่าพี่เราคงจะมีความจำเป็น มีธุรกิจอะไรที่แกไปทำนั่นแหละ เราก็ไม่ได้ถามเราก็ช่วยพี่ ก็หวังแค่ว่าสักวันนึงมันจะดีขึ้น ปกติที่ผ่านมาเวลาแกอยู่บ้าน แกก็ปกติไง เราก็ไม่ได้เอะใจ ก็คิดว่าทุกอย่างมันดีขึ้นแล้ว เพราะว่าที่ช่วยไปมันมากจริงๆ ถ้าเป็นหนี้ไม่เกิน 10 ล้าน มันก็น่าจะหมดไปแล้ว ถ้าไม่หมดก็คงเหลือน้อยเหลือนิดเดียวแล้ว เพราะเราก็ให้ไปเยอะ”

พี่อ๊อฟสามีของเราก็เสียใจมากเหมือนกัน?
“เสียใจค่ะ พี่อ๊อฟเสียใจ วันนั้นก็แบบสติกันหมดเลย”
วันที่สามีตัดสินใจโพสต์ ปรึกษากันแล้วใช่มั้ย ต่อไปนี้จะไม่ช่วย ไม่แบกแล้ว?
“ตอนที่มีโพสต์มา อยู่กันคนละที่ก่อน อยู่กันคนละมุมไปก่อน ยังไม่ได้คุยกันตอนนั้น”
สำหรับเรายังหวังจะได้เงินก้อนนั้นคืนไหม?
“ไม่ค่ะ รู้สึกว่าปล่อยให้มันเป็นหน้าที่ของเขาดีกว่า เราขอจบในส่วนของเราแค่นี้ ก็คิดว่ามันคงเป็นเวรเป็นกรรม เราเกิดมาชดใช้ให้เขา ก็ยกมือขึ้นท่วมหัวว่า สาธุเด้อ ขออโหสิกรรมให้พี่ ก็ขอให้พี่อโหสิกรรมให้เราด้วยเหมือนกัน ให้มันสิ้นสุดกันแค่นี้เรื่องหนี้สิน แต่ว่าความเป็นพี่เป็นน้อง ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม ถ้าพี่ตั้งใจจะบอกเราจริงๆว่ามันเกิดอะไรขึ้น มีปัญหาอะไร เราก็พร้อมรับฟัง แต่ถ้าจะให้ไปซัพพอร์ตอีก ก็คงไม่ไหวแล้วค่ะ เพราะว่าตอนนี้หน้าก็เขียวแล้วค่ะ กระเป๋าเงินก็เขียวแล้ว ไหนจะตัวเล็กในท้องอีก”
