จากกรณีที่แฟนนางงามหลายคนยังสงสัยและคาใจว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อทางองค์กร Supranational Thailand 2026 ได้ออกแถลงการณ์ประกาศปลด “อาย กัญญาลักษณ์ หนูแก้ว” หรือ “อายกัญ” พ้นจากตำแหน่ง Miss Supranational Thailand 2026 และยุติสถานะการเป็นตัวแทนประเทศไทยในการประกวด Miss Supranational 2026 ซึ่งเรื่องนี้เป็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในกลุ่มแฟนนางงาม พร้อมกับสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งทางกองประกวด Supranational Thailand 2026 ต้องออกคำแถลงการณ์ชี้แจงถึง 2 ฉบับ

ล่าสุด ผู้บริหารองค์กรได้ออกมาชี้แจงว่า ตลอดหลายวันที่ผ่านมาเลือกที่จะเงียบ เพราะไม่ต้องการให้เรื่องบานปลายผ่านโซเชียล แต่เมื่อมีข้อมูลหลายด้านถูกนำเสนอ จึงเห็นว่าถึงเวลาที่ต้องอธิบายข้อเท็จจริงในมุมขององค์กร องค์กรระบุว่า นับตั้งแต่ผู้เข้าประกวดได้รับตำแหน่ง ได้มีการลงทุนทั้งงบประมาณ เวลา และทรัพยากรในการเตรียมตัวสำหรับการประกวดต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการขอวีซ่า จองตั๋วเครื่องบิน ประสานงานกับกองประกวด จัดงานแถลงข่าว พิธีส่งตัว และประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ โดยก่อนวันเดินทางทุกอย่างเป็นไปตามแผน ทั้งวีซ่าที่ได้รับอนุมัติแล้ว และตั๋วเครื่องบินที่จองเรียบร้อย
อย่างไรก็ตาม ในคืนก่อนเดินทาง องค์กรได้รับแจ้งจากเอเจนซี่ผู้ดำเนินการวีซ่าว่า ผู้เข้าประกวดได้ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับการทำวีซ่าใหม่ โดยแจ้งว่าพาสปอร์ตสูญหาย ขณะเดียวกันเอเจนซี่ได้ส่งหลักฐานยืนยันว่า พาสปอร์ตเล่มที่ใช้ยื่นวีซ่าและมีวีซ่าอยู่ ยังอยู่กับเอเจนซี่ในช่วงเวลาดังกล่าว อีกทั้งองค์กรยังได้รับข้อมูลอีกด้านว่ามีการแจ้งเรื่องการถือพาสปอร์ต 2 เล่ม ซึ่งองค์กรไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ จึงจำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อตรวจสอบ
องค์กรระบุว่า การแจ้งว่าพาสปอร์ตสูญหายก่อนเดินทางเพียงไม่กี่ชั่วโมง ส่งผลให้ผู้สนับสนุนหลักมองว่าเป็นเรื่องของความรับผิดชอบและความเป็นมืออาชีพ โดยในช่วงเวลาเดียวกันยังเกิดเหตุการณ์การเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ทำให้องค์กรรวบรวมเอกสาร แชต หลักฐานจากเอเจนซี่ และลำดับเหตุการณ์ทั้งหมด ส่งให้ผู้สนับสนุนหลักพิจารณาโดยไม่มีการปกปิดข้อมูล
ก่อนมีคำสั่งปลด องค์กรยืนยันว่าได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าประกวดและทีมพี่เลี้ยงชี้แจงข้อเท็จจริงอีกครั้งในช่วงเย็นของวันดังกล่าว แต่ข้อมูลที่ได้รับยังไม่สามารถคลี่คลายข้อสงสัยของผู้สนับสนุนได้ ต่อมาในช่วงค่ำ ผู้เข้าประกวดได้ไลฟ์สดและระบุว่าจะเดินทางไปประกวด ทั้งที่องค์กรแจ้งผลการตัดสินใจแล้ว และผู้สนับสนุนหลักยืนยันว่าจะไม่สนับสนุนการซื้อตั๋วเครื่องบินใหม่ เนื่องจากมองว่าข้อเท็จจริงหลายประเด็นไม่สอดคล้องกับเอกสารที่มีอยู่ ส่งผลให้ผู้สนับสนุนเกิดความกังวลเรื่องความน่าเชื่อถือของโครงการ และไม่ประสงค์สนับสนุนผู้เข้าประกวดรายเดิมต่อไป

ต่อมาในช่วงค่ำ ผู้เข้าประกวดได้ไลฟ์สดและระบุว่าจะเดินทางไปประกวด ทั้งที่องค์กรแจ้งผลการตัดสินใจแล้ว และผู้สนับสนุนหลักยืนยันว่าจะไม่สนับสนุนการซื้อตั๋วเครื่องบินใหม่ เนื่องจากมองว่าข้อเท็จจริงหลายประเด็นไม่สอดคล้องกับเอกสารที่มีอยู่ ส่งผลให้ผู้สนับสนุนเกิดความกังวลเรื่องความน่าเชื่อถือของโครงการ และไม่ประสงค์สนับสนุนผู้เข้าประกวดรายเดิมต่อไป
ผู้บริหารองค์กรเปิดเผยว่า ผู้สนับสนุนหลักถึงขั้นแสดงความกังวลต่อภาพลักษณ์ของทีมประเทศไทย และพิจารณาถอนการสนับสนุนทั้งหมด ทั้งฝั่งผู้ชายและผู้หญิง ก่อนที่องค์กรจะนำเอกสารและหลักฐานทั้งหมดเข้าชี้แจง จนสามารถรักษาการสนับสนุนในฝั่งผู้ชายไว้ได้ ขณะที่ฝั่งผู้หญิง ผู้สนับสนุนตัดสินใจยุติการสนับสนุน
นอกจากนี้ องค์กรยังระบุว่าระหว่างการเตรียมตัวประกวด ยังพบข้อมูลหลายเรื่องที่ไม่ตรงกัน ทั้งประเด็นชุดประจำชาติที่ส่งมาเลือกไม่ตรงกับแนวทางที่องค์กรดำเนินการหาสปอนเซอร์ รวมถึงชุดราตรีสำหรับรอบ Preliminary และ Final ที่ยังไม่เคยเห็นของจริง โดยได้รับแจ้งว่าชุดยังผลิตไม่แล้วเสร็จ แม้องค์กรจะชำระค่าดำรงตำแหน่งให้ครบถ้วนตั้งแต่วันที่ลงนามในสัญญาแล้วก็ตาม ผู้บริหารย้ำว่า หากผู้เข้าประกวดสื่อสารปัญหากับองค์กรตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพาสปอร์ต การเข้ารักษาตัว การเลื่อนกำหนดเดินทาง หรือปัญหาเรื่องชุด เชื่อว่าทุกฝ่ายน่าจะร่วมกันหาทางออกได้ดีกว่าที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ องค์กรยืนยันว่า การตัดสินใจปลดไม่ได้เกิดจากความรู้สึกส่วนตัว แต่เป็นผลจากข้อมูล หลักฐาน และผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงความจำเป็นในการรักษาความเชื่อมั่นขององค์กร ทีมงาน และผู้สนับสนุนหลักจากต่างประเทศ ผู้บริหารยังระบุว่า เข้าใจความฝันของผู้เข้าประกวดที่ต้องการเป็นตัวแทนประเทศไทย แต่จากข้อมูลและหลักฐานที่องค์กรได้รับ ประกอบกับการประเมินของผู้สนับสนุนหลัก ทำให้ไม่สามารถดำเนินโครงการร่วมกันต่อไปได้
สำหรับรายละเอียดทั้งหมด รวมถึงเอกสารและหลักฐานที่องค์กรมี ผู้บริหารเผยว่าจะจัดแถลงข่าวพร้อมทีมที่ปรึกษากฎหมายและทนายความในวันที่ 17 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันเดียวกับการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศโปแลนด์ โดยจะแจ้งสถานที่และเวลาการแถลงข่าวอีกครั้งหลังได้รับการยืนยันจากผู้ถือหุ้นและผู้สนับสนุนหลัก
