เรียกได้ว่า มีประเด็นอีกแล้ว สำหรับ นัส เมียโชค ได้โพสต์เรื่องราวผ่านโซเชียลมีเดีย เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2567 ว่า เธอได้นำเงินสดจำนวน 800,000 บาท ไปซื้อทองคำหนัก 10 บาท ที่ร้านทองแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร โดยราคาทองในวันนั้นอยู่ที่ 682,500 บาท นัสจึงได้จ่ายเงินสดจำนวน 700,000 บาท ให้พนักงานร้านทอง 2 คน ช่วยกันนับเงินเพื่อหักค่าทอง และทอนเงินส่วนที่เหลือคืน หลังจากพนักงานใช้เวลานับเงินสดเกือบครึ่งชั่วโมง การซื้อขายก็เสร็จสิ้น นัสได้รับทองคำกลับไป แต่ผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมง ขณะที่เธอกำลังเดินทางไปยังภาคใต้เพื่อทำงานที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี พนักงานร้านทองได้โทรศัพท์มาแจ้งว่า “ยอดเงินขาดไป 30,000 บาท หนูนับเงินผิด”

นัสระบุว่า เธอไม่สะดวกที่จะวนรถกลับไปที่ร้านทองแล้ว เนื่องจากเดินทางออกมาไกลและมีภารกิจงานที่ต้องทำ เธอจึงขอให้ร้านทองส่งภาพจากกล้องวงจรปิดและหลักฐานที่ชัดเจนมาแสดง เพื่อยืนยันว่าเงินขาดจริงหรือไม่ และเกิดความผิดพลาดจากฝ่ายใด หากต้องจ่ายเงินเพิ่มจริงก็พร้อมดำเนินการ แต่ต้องมีความชัดเจนในข้อเท็จจริง เธอยังตั้งข้อสังเกตว่า หากเงินขาดจำนวนมากขนาดนั้น ร้านทองปล่อยทองคำออกมาให้เธอได้อย่างไร เพื่อเป็นหลักฐาน นัสได้เปิดเผยภาพถ่ายเงินสดที่เธอถ่ายเก็บไว้ก่อนการซื้อขาย โดยระบุว่าเงินกองนี้มีจำนวน 700,000 บาท ประกอบด้วยธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 6 มัด (600,000 บาท) ธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท ที่พับครึ่ง (70,000 บาท) และธนบัตรฉบับละ 100 บาท จำนวน 3 มัด (30,000 บาท)
จากการตรวจสอบบทสนทนาระหว่างนัสกับพนักงานร้านทอง พบว่าทางร้านแจ้งยอดเงินที่นัสจ่ายมาคือ 680,000 บาท ซึ่งต้องรับเพิ่มอีก 2,500 บาท แต่พนักงานได้ทอนเงินกลับไปให้นัส 27,000 บาท ทำให้ยอดเงินที่ขาดไปจริง ๆ คือ 29,500 บาท นัสได้ส่งรูปเงินที่ถ่ายไว้กลับไปยืนยันว่าจ่ายเงินให้พนักงานนับ 700,000 บาทอย่างแน่นอน ส่วนภาพวงจรปิดที่ร้านส่งมานั้น เธอระบุว่าภาพเบลอไม่ชัดเจน จึงขอไปพูดคุยกันที่สถานีตำรวจอีกครั้งหลังจากกลับจากภาคใต้

ต่อมา ร้านทองได้ขอให้นัสลบโพสต์ในเฟซบุ๊ก เนื่องจากร้านถูกโจมตีในเชิงลบ แต่นัสปฏิเสธที่จะลบโพสต์ดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมีข้อความจากทางร้านทองที่ระบุว่านับเงินพลาด “ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ตามไม่ยาก” ซึ่งทำให้นัสรู้สึกไม่สบายใจ เพราะตีความได้ว่ากำลังบอกว่าเธอเป็นฝ่ายผิด



ล่าสุด สถานการณ์ได้บานปลายขึ้น เมื่อทางร้านทองได้ขู่ที่จะดำเนินคดีกับนัส ทั้งทางแพ่งและทางอาญาอย่างถึงที่สุด โดยอ้างว่าการโพสต์ข้อความของนัสทำให้ร้านเกิดความเสียหาย อย่างไรก็ตาม นัสได้ตอบโต้กลับอย่างไม่เกรงกลัว โดยระบุว่ายินดีที่จะพิสูจน์เรื่องนี้ไปตามกระบวนการของกฎหมาย พร้อมกล่าวว่า “ฟ้องมาได้เลย จะได้เอฟชุดรอ” เพื่อแสดงความพร้อมในการเผชิญหน้ากับข้อกล่าวหา


เรียบเรียง news.in.th