ยังคงเป็นประเด็นดราม่าที่ถกเถียงกันไปมาสำหรับเรื่องราวการเปลี่ยนคำนำหน้า ล่าสุดทางด้าน ไพรวัลย์ วรรณบุตร ได้ออกมาโพสต์ข้อความอีกมุมว่า คนเรามันต้องซื่อตรงและซื่อสัตย์กับตัวเองนะคะ ความเป็น LGBTQ ก็เหมือนกัน นางงามกะเทยหลายคน เวลาดิฉันถามคำถามบนเวทีว่า ถ้าชาติหน้าเลือกเกิดได้อยากเกิดเป็นอะไร

ส่วนใหญ่ก็มีแต่ตอบว่า ถ้าชาติหน้าเลือกเกิดได้ จะขอเกิดเป็นกะเทยแบบนี้อีก นั่นหมายถึงเราภูมิใจความเป็นกะเทยของเราไม่ใช่หรอคะ ดิฉันยังไม่เคยเห็นใครตอบเลยนะคะว่า ชาติหน้าอยากเกิดเป็นผู้หญิง หรือที่ตอบแบบนี้ เพราะต้องการจะเอาใจกรรมการก็ไม่ทราบ
เข้าใจค่ะว่า เราต้องการพื้นที่ของความเท่าเทียม แต่เท่าถึงไหนล่ะคะถึงจะพอใจ ถึงขนาดที่เราต้องพยายามจะขีดฆ่าหรือลบล้างความเทียมอันเป็นที่มาอันแท้จริงของเราทั้งหมดเลย แบบนี้หรือเปล่า เราต้องสง่าผ่าเผยในความเป็นเพศหลากหลายของเราสิ ถึงต่อให้เราจะรักความเป็นผู้หญิง มีหัวจิตหัวใจเช่นเดียวกันกับพวกเธอ แต่เราไม่ใช่พวกเธอค่ะ
เราถึงต้องนิยามตัวเองว่าเราเป็นเพศหลากหลาย เพราะเราก็คือเรา ไม่ทั้งเป็นชายและก็ไม่ใช่ผู้หญิง เราควรปราถนาความไม่เลือกปฎิบัติจากสังคม มากกว่าการมุ่งหวังจะให้ได้มาซึ่งคำนำหน้าเท่านั้น และหากยิ่งเป็นคำนำหน้าซึ่งได้มาจากการโยนภาระไปให้กับผู้อื่น โดยเฉพาะก็ผู้หญิง เรายิ่งต้องคิดให้หนักเลยค่ะ

สังคมให้พื้นที่ ให้เกียรติ ให้ความเท่าเทียมกับพวกเราในหลากหลายมิติแล้วนะคะ แล้วพวกเราล่ะจะให้อะไรกับคืนไปสู่สังคมบ้าง ให้ความใจกว้างอีกสักนิดได้ไหม เราเปิดรับข้อเสนออื่นๆ ได้บ้างหรือเปล่า หากนางสาว จะยังคงเป็นคำสงวนที่ผู้หญิงขอร้อง

เราต้องถามพวกเราให้มากๆ ว่าที่สุดท้ายแล้ว คำนำหน้า หรือการไม่เลือกปฎิบัติ เป็นอะไรที่เราต้องการจากสังคมจริงๆ กันแน่ และเป็นไปได้หรือไม่ ว่าหากแม้ไม่มีคำว่า นางสาวนำหน้า เราก็สามารถหลุดพ้นจากการถูกเลือกปฎิบัติจากสังคมได้เหมือนกัน เราจะเอาแต่แบบอินเดียหรอคะ ที่ฮิจรามีความก้าวหน้าทางกฎหมาย แต่ในวิถีชีวิตจริงกลับทำได้แค่ขายบริการ เต้นรำอวยพรให้เด็กแรกเกิด หรือไม่ก็ขอทานกลางถนน กะเทยมีคุณค่าแค่นั้นหรอคะ
