สุขภาพ

อย่าชะล่าใจ! เปิด 5 สัญญาณของช่องปาก อาจบ่งบอก เป็นเบาหวาน

|
อย่าชะล่าใจ! เปิด 5 สัญญาณของช่องปาก อาจบ่งบอก เป็นเบาหวาน

จากเว็บต่างประเทศ ได้รายงานว่า ข้อมูลจากสถาบันวิจัยทันตกรรมและกะโหลกศีรษะแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่า เบาหวานสัมพันธ์กับโรคเหงือก ปากแห้ง และเชื้อราในช่องปาก โดยผู้ที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดีมักมีปัญหาโรคเหงือกมากกว่าและรุนแรงกว่า

1. กระหายน้ำมากและรู้สึกปากแห้งตลอดเวลา อาการกระหายน้ำมากผิดปกติเป็นหนึ่งในอาการที่พบได้ในผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง เมื่อกลูโคสในเลือดมีมากเกินกว่าที่ไตจะดูดกลับได้ ร่างกายจะขับน้ำตาลออกทางปัสสาวะและพาน้ำออกไปด้วย ทำให้ปัสสาวะบ่อยและรู้สึกกระหายน้ำมากขึ้น ส่วนอาการปากแห้งหรือ xerostomia หมายถึงภาวะที่มีน้ำลายไม่เพียงพอ ผู้ที่มีอาการอาจรู้สึกเหนียวในปาก คอแห้ง พูดหรือกลืนลำบาก มีกลิ่นปาก หรือจำเป็นต้องจิบน้ำบ่อยๆ แม้ไม่ได้ออกกำลังกายหรืออยู่ในอากาศร้อน

อย่างไรก็ตาม ปากแห้งอาจเกิดจากยาหลายชนิด การหายใจทางปาก ภาวะขาดน้ำ ความวิตกกังวล หรือโรคของต่อมน้ำลายได้เช่นกัน หากดื่มน้ำแล้วยังไม่ดีขึ้นหรือเป็นติดต่อกัน ควรหาสาเหตุกับแพทย์หรือทันตแพทย์

2. เหงือกบวม แดง เลือดออกง่าย หรือฟันเริ่มโยก โรคเหงือกเป็นหนึ่งในปัญหาช่องปากสำคัญที่พบร่วมกับเบาหวาน ระยะแรกอาจมีเหงือกแดง บวม และเลือดออกขณะแปรงฟัน หากปล่อยให้ลุกลามอาจทำลายเนื้อเยื่อและกระดูกที่พยุงฟัน ส่งผลให้เหงือกร่น เคี้ยวเจ็บ ฟันโยก หรือสูญเสียฟันได้ ความสัมพันธ์นี้เกิดได้สองทาง ระดับน้ำตาลที่ควบคุมไม่ดีอาจทำให้การอักเสบและการติดเชื้อในช่องปากรุนแรงขึ้น ขณะที่โรคเหงือกขั้นรุนแรงอาจทำให้การควบคุมระดับน้ำตาลยากขึ้นในผู้ป่วยบางราย ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ ระบุว่าโรคเหงือกพบได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน และการตรวจฟันเป็นประจำช่วยป้องกันหรือชะลอปัญหาช่องปากได้

3. แผลในปากหรือแผลหลังทำฟันหายช้ากว่าปกติ ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอาจรบกวนการทำงานของหลอดเลือด การตอบสนองต่อเชื้อโรค และกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ทำให้แผลในปากหรือแผลหลังทำหัตถการทางทันตกรรมหายช้าลง โดยเฉพาะผู้ที่ควบคุมเบาหวานได้ไม่ดี แผลในปากทั่วไปอาจเกิดจากการกัดกระพุ้งแก้ม ฟันคม ฟันปลอมกด หรืออาหารร้อน แต่หากแผลไม่ดีขึ้นภายในประมาณ 2 สัปดาห์ มีอาการบวม ปวดมาก หรือเกิดซ้ำบ่อย ควรให้ทันตแพทย์ตรวจ ไม่ควรซื้อยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะมาใช้เอง ผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องถอนฟัน ผ่าตัด หรือรักษาโรคเหงือกควรแจ้งทันตแพทย์เรื่องโรคประจำตัว ยาที่ใช้ และระดับน้ำตาลล่าสุด เพื่อช่วยวางแผนการรักษาและลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน

4. มีคราบขาวในปาก แสบร้อน หรือเป็นเชื้อราซ้ำๆ ผู้ที่เป็นเบาหวานมีความเสี่ยงต่อเชื้อราในช่องปากหรือ oral thrush มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อระดับน้ำตาลควบคุมได้ไม่ดี มีอาการปากแห้ง ใส่ฟันปลอม หรือใช้ยาปฏิชีวนะและยาสเตียรอยด์บางประเภท อาการอาจประกอบด้วยคราบสีขาวบนลิ้น กระพุ้งแก้ม หรือเพดานปาก ร่วมกับความรู้สึกเจ็บ แสบร้อน มุมปากแตก หรือรสชาติเปลี่ยนไป แต่คราบขาวในปากไม่ได้เป็นเชื้อราทุกกรณี จึงไม่ควรขูดแรงๆ หรือซื้อยาฆ่าเชื้อรามาใช้โดยไม่ตรวจ การรักษาต้องพิจารณาทั้งการใช้ยาต้านเชื้อราที่เหมาะสม การทำความสะอาดฟันปลอม และการควบคุมปัจจัยต้นเหตุ หากเกิดซ้ำบ่อย แพทย์อาจพิจารณาตรวจโรคหรือยาที่ทำให้ภูมิคุ้มกันเปลี่ยนแปลงร่วมด้วย

5. รับรสเปลี่ยน มีรสไม่พึงประสงค์ หรือกลิ่นปากไม่หาย ผู้ที่เป็นเบาหวานบางรายอาจรู้สึกว่าการรับรสเปลี่ยนไป รับรสหวานหรือเค็มได้ไม่เหมือนเดิม หรือมีรสขม รสโลหะ และรสไม่พึงประสงค์ค้างอยู่ในปาก อาการอาจเกี่ยวข้องกับปากแห้ง เชื้อรา โรคเหงือก ยาบางชนิด หรือความผิดปกติของเส้นประสาท กลิ่นปากเรื้อรังอาจเกิดร่วมกับคราบจุลินทรีย์ โรคเหงือก ฟันผุ หรือปากแห้ง แต่ยังมีสาเหตุอื่น เช่น ปัญหาไซนัส ทอนซิล ระบบทางเดินอาหาร และการใช้ยาบางประเภท จึงไม่ควรใช้การเปลี่ยนรสชาติหรือกลิ่นปากเพียงอย่างเดียวเป็นข้อสรุปว่าเป็นเบาหวาน หากอาการเกิดขึ้นฉับพลัน เป็นนานหลายสัปดาห์ หรือทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง ควรพบแพทย์หรือทันตแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุโดยตรง

สัญญาณขาดน้ำที่อาจเกิดร่วมกับน้ำตาลในเลือดสูง

อาการปากแห้งและกระหายน้ำอาจมาพร้อมปัสสาวะบ่อย ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย ตาแห้ง หรือปัสสาวะสีเข้ม แต่สีปัสสาวะอาจได้รับอิทธิพลจากอาหาร ยา และปริมาณน้ำที่ดื่ม จึงไม่ควรใช้เป็นตัววินิจฉัยเพียงอย่างเดียว หากมีอาการสับสน อ่อนแรงมาก หายใจผิดปกติ อาเจียน ดื่มน้ำไม่ได้ หรือหมดสติ ควรขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉิน เพราะอาจเป็นภาวะขาดน้ำรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนจากระดับน้ำตาลผิดปกติ

ไม่สามารถสรุปได้ เพราะโรคเหงือก ปากแห้ง แผลหายช้า เชื้อรา และการรับรสเปลี่ยนเกิดจากสาเหตุอื่นได้อีกมาก นอกจากนี้ ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวนไม่น้อยอาจไม่มีอาการชัดเจน และตรวจพบจากการตรวจสุขภาพเท่านั้น อาการที่เพิ่มความสงสัย ได้แก่ กระหายน้ำและปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ หิวบ่อย อ่อนเพลีย มองเห็นไม่ชัด แผลหายช้า การติดเชื้อเกิดซ้ำ หรือมีน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ข้อมูลจาก NIDDK ระบุว่าอาการของเบาหวานชนิดที่ 2 อาจค่อยๆ เกิดขึ้นนานหลายปีหรือแทบสังเกตไม่เห็น

เมื่อใดควรไปพบทันตแพทย์?

-เหงือกบวม แดง หรือเลือดออกเป็นประจำ

-ฟันโยก เหงือกร่น หรือเคี้ยวแล้วเจ็บ

-ปากแห้งต่อเนื่องจนพูด กลืน หรือนอนหลับลำบาก

-มีคราบขาว แสบร้อน หรือเชื้อราในช่องปากเกิดซ้ำ

-แผลในปากไม่ดีขึ้นภายในประมาณ 2 สัปดาห์

-มีกลิ่นปากหรือรสชาติผิดปกติต่อเนื่อง

-มีอาการบวม ปวดมาก มีไข้ หรือกลืนลำบาก

ABOUT THE AUTHOR

oum

ทีมข่าว Siam News