ข่าวสังคม - โซเชียล

หลายคนเป็นไม่รู้ตัว! 5 สัญญาณขาบวมทุกคืน อย่าคิดว่าแค่บวมน้ำ รีบไปให้หาหมอให้ไว

|
หลายคนเป็นไม่รู้ตัว! 5 สัญญาณขาบวมทุกคืน อย่าคิดว่าแค่บวมน้ำ รีบไปให้หาหมอให้ไว

วันที่ 20 ก.ย. 69 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ โพสต์ภาพข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ หมอเจด เผยว่า ใครเป็นแบบนี้บ้างครับ ตอนเช้าขายังดูปกติ พอตกเย็นถุงเท้ารัดเป็นรอย ข้อเท้าบวม รองเท้าคับขึ้น พอนอนพัก ตื่นเช้ามาก็ยุบลงหน่อย หลายคนเลยคิดว่า “คงยืนนาน” “คงกินเค็ม” “คงบวมน้ำธรรมดา” จริงครับ สองอย่างนี้ทำให้ขาบวมได้ แต่ถ้า บวมแทบทุกคืน บวมมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือเริ่มมีอาการอื่นร่วม ผมไม่อยากให้จบแค่คำว่า “บวมน้ำ” เพราะขาบวมเป็นอาการ ไม่ใช่ชื่อโรคครับ หัวใจ ไต ตับ หลอดเลือดดำ ลิ่มเลือด ยา หรือแม้แต่การยืนนั่งนาน ล้วนทำให้ขาบวมได้ วันนี้ผมอยากพาเช็ก 5 สัญญาณที่ควรหาสาเหตุให้ชัดครับ

1️. บวมสองข้างทุกเย็น แถมเหนื่อยง่าย นอนราบไม่ค่อยได้ ต้องคิดถึงหัวใจ ถ้าบวมสองข้างพอ ๆ กัน โดยเฉพาะบริเวณข้อเท้า หน้าแข้ง และชัดขึ้นช่วงเย็น เรื่องหนึ่งที่ต้องนึกถึงคือหัวใจครับ เวลาหัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่ดีพอ หรือมีแรงดันค้างในระบบไหลเวียน ของเหลวจะมีโอกาสรั่วออกมาอยู่ตามเนื้อเยื่อมากขึ้น ตอนกลางวันเราเดิน นั่ง ยืน แรงโน้มถ่วงก็ดึงของเหลวมาทางขา พอเย็นเลยบวมชัดขึ้น ถ้ามีร่วมกับ เดินระยะเดิมแล้วเหนื่อยกว่าเดิม ขึ้นบันไดแล้วหอบง่าย นอนราบแล้วอึดอัด ต้องหนุนหมอนหลายใบ หรือตื่นกลางคืนเพราะหายใจไม่ออก ตรงนี้ไม่ควรคิดว่าแค่กินเค็มครับ เพราะภาพรวมอาจกำลังบอกว่าหัวใจกับระบบไหลเวียนเริ่มรับภาระไม่ไหว

2️. ขาบวมแล้วน้ำหนักขึ้นเร็วในไม่กี่วัน ต้องคิดถึง “น้ำคั่ง” มากกว่าไขมัน น้ำหนักขึ้น 2–3 กิโลในไม่กี่วัน ไม่ได้หมายความว่าไขมันขึ้น 2–3 กิโลทันทีครับ ถ้ามาพร้อมข้อเท้าบวม รองเท้าแน่น แหวนคับ หรือรู้สึกตัวบวมขึ้นทั้งตัว ตรงนี้ต้องคิดถึงการคั่งของน้ำมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่มีโรคหัวใจ โรคไต หรือโรคตับอยู่แล้ว บางครั้งร่างกายเก็บโซเดียมและน้ำมากกว่าปกติ ทำให้น้ำหนักขึ้นเร็วแบบที่อาหารอย่างเดียวอธิบายไม่หมด ถ้ามีเครื่องชั่ง ผมอยากให้ชั่งเวลาเดิมทุกวัน เช่น ตอนเช้าหลังเข้าห้องน้ำ เพราะแนวโน้มน้ำหนักช่วยบอกการคั่งของน้ำได้ดีกว่าการรอให้ขาบวมมากจนเห็นชัดครับ

3️. บวมข้างเดียว แดง ร้อน เจ็บ โดยเฉพาะเกิดขึ้นใหม่ ต้องระวังลิ่มเลือดที่ขา อันนี้แยกจากสองข้อแรกเลยครับ ถ้าขาข้างหนึ่งบวมกว่าชัดเจน ตึง เจ็บ อุ่น แดง หรือบวมขึ้นรวดเร็ว โดยเฉพาะหลังนั่งรถหรือนั่งเครื่องบินนาน หลังผ่าตัด หลังนอนพักนาน ตั้งครรภ์ หรือมีประวัติลิ่มเลือด ต้องคิดถึง DVT หรือ ลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำส่วนลึก เพราะปัญหาไม่ได้อยู่แค่ขาครับ ลิ่มเลือดบางส่วนอาจหลุดไปอุดหลอดเลือดที่ปอดได้ ถ้าอยู่ ๆ ขาบวมข้างเดียวแล้วตามด้วยหอบ เจ็บหน้าอก ใจเต้นเร็ว หน้ามืด หรือเป็นลม ต้องไปโรงพยาบาลทันทีครับ อย่านวดแรง ๆ และอย่ารอดูว่าพรุ่งนี้จะยุบไหม

4️. บวมร่วมกับปัสสาวะเปลี่ยน เหนื่อย ซีด หรือความดันสูง ต้องดูเรื่องไต ไตมีหน้าที่ควบคุมทั้งน้ำ โซเดียม และสมดุลหลายอย่างในร่างกายครับ ถ้าไตทำงานลดลง หรือมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะมาก ของเหลวอาจค้างในร่างกายมากขึ้น ขาจึงบวมได้ บางคนบวมที่หนังตาหรือหน้าในตอนเช้าด้วย สิ่งที่ควรสังเกตคือ ปัสสาวะเป็นฟองมากผิดปกติ ปัสสาวะน้อยลงชัดเจน ความดันสูงขึ้น อ่อนเพลียมาก หรือมีโรคเบาหวานกับความดันอยู่เดิม ตรงนี้ควรดูทั้งค่า creatinine, eGFR และ โปรตีนรั่วในปัสสาวะหรือ urine ACR ตามความเหมาะสมครับ อย่าใช้แค่ว่า “ยังฉี่ออกอยู่” แล้วสรุปว่าไตดี เพราะคนที่ไตเริ่มเสื่อมยังปัสสาวะได้ปกติอยู่มากครับ

5️. ขาบวมเรื้อรัง เส้นเลือดขอดชัด ยืนนานแล้วหนักขา อาจมาจากหลอดเลือดดำ ถ้าบวมเด่นตอนเย็น ตื่นเช้าแล้วยุบดี และมีเส้นเลือดขอดหรือรู้สึกหนัก ๆ ตึง ๆ ที่ขา ต้องคิดถึง หลอดเลือดดำทำงานไม่ดี ด้วยครับ ปกติหลอดเลือดดำที่ขามีลิ้นคอยช่วยดันเลือดกลับขึ้นไปหาหัวใจ ถ้าลิ้นหลอดเลือดเสื่อม เลือดจะค้างอยู่ที่ขามากขึ้น โดยเฉพาะเวลายืนนานหรือนั่งนาน พอนานเข้าอาจมี ผิวคล้ำบริเวณข้อเท้า ผิวแห้งคัน เส้นเลือดขอด หรือแผลเรื้อรังบริเวณหน้าแข้งและข้อเท้า คนกลุ่มนี้ไม่ได้แค่ “บวมน้ำ” ครับ ต้องแก้ทั้งการเคลื่อนไหว การยกขา น้ำหนักตัว และบางคนอาจต้องใช้ถุงน่องแรงดันตามคำแนะนำของแพทย์ แต่ก่อนใช้ถุงน่องเอง โดยเฉพาะถ้ามีโรคหลอดเลือดแดงที่ขา ต้องประเมินให้เหมาะก่อนครับ

แล้วกินเค็มทำให้ขาบวมได้ไหม? ได้ครับ โซเดียมทำให้ร่างกายกักน้ำมากขึ้น

ถ้าวันไหนกิน อาหารแปรรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หมูกระทะน้ำจิ้มหนัก ของดอง น้ำซุปเข้ม ขนมขบเคี้ยว วันรุ่งขึ้นน้ำหนักและอาการบวมอาจมากขึ้นได้ แต่ถ้าบวมซ้ำแทบทุกวัน อย่าโทษเกลืออย่างเดียวครับ เพราะคนที่หัวใจหรือไตเริ่มมีปัญหา ก็จะไวต่อเกลือมากขึ้นเหมือนกัน อาหารเค็มจึงอาจเป็น “ตัวเร่ง” แต่ไม่ได้ตอบว่าสาเหตุจริงอยู่ที่ไหน อีกเรื่องที่คนมักลืมคือ “ยา” ยาบางชนิดทำให้ข้อเท้าบวมได้ครับ เช่น ยาความดันบางกลุ่มอย่าง amlodipine สามารถทำให้ข้อเท้าบวมได้ในบางคน ยาฮอร์โมนบางชนิด ยาสเตียรอยด์ และยาบางกลุ่มอื่นก็มีส่วนได้ ถ้าเริ่มยาตัวใหม่แล้วหลังจากนั้นขาบวมมากขึ้น อย่าหยุดยาเองครับ เอารายชื่อยาไปคุยกับแพทย์ว่ามีตัวไหนเกี่ยวข้องไหม และควรปรับอย่างไร

ถ้าขาบวมตอนเย็น ลองทำอะไรได้บ้างระหว่างหาสาเหตุ?

- ลดเค็ม โดยเฉพาะอาหารแปรรูปและน้ำซุป

- อย่านั่งหรือยืนนิ่งนาน ๆ ลุกขยับทุก 30–60 นาที เดินและขยับข้อเท้า เพื่อช่วยกล้ามน่องปั๊มเลือดกลับ

- ยกขาสูงเวลาพัก ถ้าไม่มีข้อห้าม

- ชั่งน้ำหนักเวลาเดิมเพื่อดูแนวโน้ม

- สังเกตว่าบวมข้างเดียวหรือสองข้าง

- ดูว่ามีเหนื่อย หอบ นอนราบไม่ได้ ปัสสาวะเปลี่ยน หรือเจ็บแดงร้อนร่วมไหม

และอย่าซื้อยาขับปัสสาวะมากินเองนะครับ เพราะถ้าขับน้ำผิดจังหวะ อาจทำให้ความดันตก ไตแย่ หรือเกลือแร่ผิดปกติได้

ขาบวมตอนเย็นบางครั้งก็เกิดจากยืนนาน กินเค็ม หรือหลอดเลือดดำทำงานไม่ดีจริง แต่ถ้ามันเริ่มเกิด ทุกคืน บวมมากขึ้น น้ำหนักขึ้นเร็ว เหนื่อยง่าย นอนราบไม่ได้ ปัสสาวะเปลี่ยน หรือบวมข้างเดียวแบบแดงร้อนเจ็บ ตรงนี้ควรหาสาเหตุครับ เพราะคำว่า “ขาบวม” เป็นเพียงสิ่งที่เราเห็นจากข้างนอก แต่สิ่งที่ร่างกายกำลังบอก อาจมาจากหัวใจ ไต หลอดเลือด หรือระบบไหลเวียนที่อยู่ลึกกว่านั้น ก่อนนอนคืนนี้ ถ้าใครถอดถุงเท้าแล้วเห็นรอยบุ๋มรอบข้อเท้าทุกวัน อย่าเพิ่งแค่ขยับถุงเท้าให้หลวมขึ้นครับ ลองถามต่อด้วยว่า ทำไมร่างกายถึงเก็บน้ำไว้ตรงนี้ทุกเย็น หาคำตอบให้เจอ ดีกว่ารอให้ขาบวมเป็นเรื่องปกติจนเราเลิกสงสัยมันครับ ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ

ABOUT THE AUTHOR

oum

ทีมข่าว Siam News