วงการศิลปะและวัฒนธรรมไทยต้องพบกับความสูญเสียครั้งสำคัญ เมื่อผู้ใช้นามว่า "ไก่ จ่าทวี" ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพื่อแจ้งข่าวเศร้าเกี่ยวกับการจากไปของ "คุณพ่อจ่าทวี" โดยระบุว่าท่านได้กลับคืนสู่ธรรมชาติแล้ว เมื่อวันที่ 21 กันยายน 69 เวลา 12.19 น. พร้อมแจ้งกำหนดการพระราชทานเพลิงศพในเวลาต่อมา ทั้งนี้ ทางสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลกก็ได้โพสต์ข้อความร่วมแสดงความอาลัยต่อการจากไปของปูชนียบุคคลสำคัญของจังหวัดในครั้งนี้ด้วย

ขณะเดียวกัน อานันท์ นาคคง นักมานุษยดุริยางควิทยา นักดนตรี และอาจารย์ประจำคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้โพสต์ข้อความร่วมแสดงความอาลัยในฐานะตัวแทนของคุณพ่อ (พระอภัย นาคคง) ช่างปั้นพระผู้ร่วมยุคสมัย เพื่อร่วมรำลึกและยกย่องจ่าทวีในฐานะ "ครูช่าง" ผู้มีคุณูปการอย่างยิ่งต่อวงการศิลปะและเมืองพิษณุโลก
สำหรับผลงานอันโดดเด่นของจ่าทวี ได้แก่ การสร้างสรรค์ผลงาน พระพุทธชินราชจำลอง อันประณีตงดงาม ตลอดจนการก่อตั้ง พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี เพื่อรักษารากเหง้าทางภูมิปัญญาไทย โดยได้รับการยกย่องว่าผลงานและวิชาความรู้ของท่านจะยังคงเป็นมรดกอันทรงคุณค่าที่สืบทอดไว้บนแผ่นดินสืบไป

ประวัติ
ร้อยตรี ทวี บูรณเขตต์ หรือที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในนาม "จ่าทวี" เกิดเมื่อวันอังคารที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2475 ณ บ้านคลองเตาไห ตำบลหัวรอ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เป็นบุตรชายคนที่ 2 ของนายบุญทิว และนางอุ่นเรือน (ซ่วน) บูรณเขตต์ แม้จะเติบโตมาในครอบครัวที่มีฐานะยากจน แต่ท่านได้รับการปลูกฝังจิตวิญญาณศิลปินจากบิดาซึ่งเป็นช่างปั้นประจำวัดและครูสอนศิลปะ ทำให้ได้รับการถ่ายทอดวิชาเขียนภาพและแกะสลักมาตั้งแต่เยาว์วัย ท่านได้จากไปอย่างสงบด้วยโรคชราเมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2569 สิริรวมอายุ 94 ปี
ประวัติการศึกษา
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 3: โรงเรียนจ่าการบุญ
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4: โรงเรียนอำนวยวิทย์ (โรงเรียนสิ่นหมิน ในปัจจุบัน)
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3: โรงเรียนผดุงราษฎร์ จังหวัดพิษณุโลก
เส้นทางชีวิตและการทำงาน
หลังจากจบการศึกษาชั้นมัธยมต้น จ่าทวีเริ่มต้นเส้นทางอาชีพด้วยการรับจ้างเขียนภาพโฆษณาสินค้าและภาพคัตเอาต์ตามงานวัด ก่อนจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเป็นช่างวาดภาพตามร้านช่างศิลป์และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เมื่อกลับมายังจังหวัดพิษณุโลก ท่านได้สมัครเข้ารับราชการทหาร เริ่มต้นจากยศสิบตรี ในตำแหน่งช่างเขียน ฝ่ายยุทธโยธา กองทัพภาคที่ 3 และได้รับโอกาสให้ไปฝึกงานช่างหล่อโลหะ ณ กองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร ที่นั่นท่านได้รับการถ่ายทอดวิชาประติมากรรมขั้นสูงจากปรมาจารย์ชั้นครูของไทย อาทิ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี, อาจารย์เขียน ยิ้มศิริ และอาจารย์สนั่น ศิลากร และเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานจนได้รับยศ "จ่าสิบเอก" ในปี พ.ศ. 2521 จ่าทวีตัดสินใจลาออกจากราชการเพื่อมาบุกเบิกงานหล่อพระพุทธรูปอย่างเต็มตัว โดยก่อตั้ง "โรงหล่อบูรณะไทย" ด้วยความศรัทธาและความจำอันแม่นยำจากการไปกราบสักการะพระพุทธชินราชอย่างสม่ำเสมอ ท่านจึงสามารถปั้นและหล่อองค์พระจำลองออกมาได้ประณีตงดงามและใกล้เคียงกับองค์จริงมากที่สุด
การสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมและเกียรติยศสูงสุด
ตลอดชีวิตการทำงาน จ่าทวีได้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่ความรู้ โดยเปิดสอนและถ่ายทอดวิชาช่างให้แก่คนในชุมชนและลูกศิษย์อย่างกว้างขวาง ซึ่งปัจจุบันมีนายธรรมสถิตย์ บูรณเขตต์ บุตรชายคนโต เป็นผู้ช่วยสืบทอดเจตนารมณ์ นอกจากนี้ ท่านยังเป็นผู้ก่อตั้ง "พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี" เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และอนุรักษ์รากเหง้าของท้องถิ่น
จากผลงานอันเป็นที่ประจักษ์
จ่าทวีจึงได้รับรางวัลและเกียรติยศระดับชาติมากมาย อาทิ
-รางวัลผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรม สาขาการช่างฝีมือ (พ.ศ. 2526)
-รางวัล "เพชรสยาม" (พ.ศ. 2546) -รางวัล "ครูศิลป์ของแผ่นดิน" จาก SACICT (พ.ศ. 2560)
-รางวัล "ข้าของแผ่นดิน" (พ.ศ. 2564) -างวัล "ศิลปาจารย์" คนแรกของประเทศไทย (พ.ศ. 2565)
-การเชิดชูเกียรติเป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์ - ช่างปั้น หล่อ) ประจำปี พ.ศ. 2566

จากการเป็นผู้อุทิศตนเพื่อการศึกษาและอนุรักษ์วัฒนธรรม ท่านยังได้รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากหลายสถาบัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยนเรศวร (พ.ศ. 2527 และ 2566) และมหาวิทยาลัยศิลปากร (พ.ศ. 2541) ในปี พ.ศ. 2567 ท่านได้รับพระราชทานยศ "ร้อยตรี" เป็นกรณีพิเศษ และในปี พ.ศ. 2568 กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดพิธีเปิด "บ้านศิลปินแห่งชาติ ร้อยตรีทวี บูรณเขตต์" อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นเกียรติประวัติสืบไป
