สำหรับ โบ๊ท ภูวรักษ์ คำสิงห์ ทายาทของ บาส สมรักษ์ คำสิงห์ อดีตฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ ได้ออกมาประกาศตัดสินใจยุติบทบาทการเป็นนักฟุตบอลอาชีพอย่างเป็นทางการในวัยเพียง 19 ปี โดยเปิดเผยผ่านรายการทางช่องยูทูบ Kamsing Family Channel ร่วมกับพี่สาว "เบสท์" รักษ์วนีย์ คำสิงห์ ถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจหันหลังให้วงการลูกหนัง
โบ๊ท ภูวรักษ์ เปิดเผยว่า เหตุผลหลักในการตัดสินใจแขวนสตั๊ดครั้งนี้ มาจากความแตกต่างด้านรายได้ระหว่างการเป็นนักฟุตบอลอาชีพและการทำงานเป็นอินฟลูเอนเซอร์ โดยระบุว่า รายได้จากการทำงานสายสื่อออนไลน์และอินฟลูเอนเซอร์สูงถึงระดับ 6 หลัก ขณะที่การเล่นฟุตบอลอาชีพได้รับเงินเดือนประมาณ 8,000 บาท ซึ่งต้องแลกมาด้วยการฝึกซ้อมอย่างหนัก เผชิญทั้งแดดและฝน ตลอดจนความเหน็ดเหนื่อยทั้งร่างกายและจิตใจ

สำหรับเส้นทางในวงการฟุตบอลของ โบ๊ท ภูวรักษ์ ที่ผ่านมา ได้เริ่มเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพกับสโมสร นรา ยูไนเต็ด ในศึกไทยลีก 3 เมื่อฤดูกาล 2024-25 ก่อนจะย้ายไปร่วมทีม อุทัยธานี เอฟซี ในศึกไทยลีก 1 ช่วงเลกที่ 2 และถูกปล่อยยืมตัวให้กับ ขอนแก่น เอฟซี ในศึกไทยลีก 3 ซึ่งเจ้าตัวเล่าถึงช่วงเวลาดังกล่าวว่า ต้องเสียค่าเช่าคอนโดมิเนียมเดือนละกว่า 10,000 บาท ขณะที่เงินเดือนไม่ถึง 10,000 บาท ทำให้ต้องใช้เงินของครอบครัวมาช่วยจุนเจือ

โบ๊ท กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้การเป็นนักฟุตบอลจะเป็นความฝันในวัยเด็ก แต่เมื่อพิจารณาถึงความสามารถในการดูแลครอบครัวในอนาคต จึงมองว่าการทำงานอินฟลูเอนเซอร์สามารถตอบโจทย์ชีวิตได้มากกว่า ซึ่งก่อนตัดสินใจเลิกเล่นได้มีการปรึกษากับผู้บริหารสโมสรเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ยืนยันว่ายังมีหลายทีมให้ความสนใจติดต่อเข้ามา แต่ตนได้ตอบปฏิเสธไป อย่างไรก็ตาม ยังคงพร้อมลงสนามในฟุตบอลนัดพิเศษหรือกิจกรรมอีเวนต์ และเปิดรับโอกาสในงานแสดงบันเทิงต่อไป

