
กมธ.กฎหมายฯ สภาฯ เรียกร้องกัมพูชารักษาสัญญาหยุดยิงอย่างจริงใจ
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ที่รัฐสภา นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับเหตุการณ์ปะทะที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้สูญเสียและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหาร ประชาชน และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
กมธ.ประณามเหตุละเมิดสิทธิมนุษยชน-พลเรือนบาดเจ็บ-เสียชีวิตจำนวนมาก
นายกมลศักดิ์ เปิดเผยไทม์ไลน์ของเหตุการณ์โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ทหารไทยได้รับบาดเจ็บสาหัสจากกับระเบิดในพื้นที่อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งอาจเข้าข่ายละเมิด "อนุสัญญาออตตาวา" ว่าด้วยการห้ามใช้กับระเบิด ซึ่งกัมพูชาเป็นประเทศภาคี
ต่อมา วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 มีรายงานว่าอากาศยานไร้คนขับของกัมพูชาล้ำเข้าน่านฟ้าไทยบริเวณปราสาทตาเมือน ก่อนที่เวลา 18.20 น. ทหารกัมพูชาเปิดฉากยิงใส่ฐานปฏิบัติการของทหารไทย และในเวลา 09.40 น. ของวันถัดมา ได้มีการยิงจรวด BM-21 เข้าสู่เขตชุมชนพลเรือนในอำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก รวมถึงการโจมตีต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ อุบลราชธานี และศรีสะเกษ
เหตุการณ์รุนแรงดังกล่าวทำให้พลเรือนเสียชีวิต 13 ราย บาดเจ็บ 32 ราย ทหารไทยเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บอีก 14 นาย โดยลักษณะการโจมตีที่ไม่แยกแยะเป้าหมายระหว่างทหารกับพลเรือน ถือเป็นการละเมิดอนุสัญญาเจนีวา และอาจเข้าข่าย "อาชญากรรมสงคราม" ตามธรรมนูญกรุงโรมของศาลอาญาระหว่างประเทศ
กมธ.จี้ทุกฝ่ายเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ - ยุติเผยแพร่ข้อมูลเท็จ
ประธาน กมธ. ยังเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาหยุดการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนหรือเท็จซึ่งขัดต่อข้อเท็จจริง และขอให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามกรอบอนุสัญญาเจนีวา อนุสัญญาออตตาวา กฎบัตรสหประชาชาติ และกฎหมายมนุษยธรรมสากลอย่างเคร่งครัด
กมธ.ขอเน้นย้ำว่าความขัดแย้งใดๆ ควรถูกแก้ไขด้วยสันติวิธี ผ่านกระบวนการเจรจา ความโปร่งใส และกลไกความรับผิด เพื่อฟื้นฟูสันติภาพและหลักนิติธรรมในพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน นายกมลศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย