ยายเผาตัวเอง พร้อมหลานดับสลด

ยายเผาตัวเอง พร้อมหลานดับสลด

วันที่ 16 ก.พ.67พ.ต.ท.พนัส หมุนวงศ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.นาสัก ได้รับแจ้งเหตุมีคนจุดไฟเผาตัวเองเสียชีวิต จำนวน 2 ศพ ในพื้นที่ ม.6 ต.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาให้ได้ทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน สภ.นาสัก ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดชุมพร และหน่วยกู้ชีพกู้ภัยสายชลชุดเขาทะลุ อ.สวี และชุดเมืองชุมพร

ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว ไม่มีเลขที่ ซึ่งปลูกอยู่กลางสวนปาล์มน้ำมัน ห่างจากถนนสายเอเชีย 41 เข้าไปในถนนหมู่บ้านสายแก่งกระทั่ง-นาสัก กว่า 10 กม. บริเวณด้านข้างของตัวบ้าน ริมชายคา เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ศพ ทราบชื่อภายหลังคือ นางอุทัย อายุ 66 ปี นอนหงายอยู่ระหว่างเก้าอี้พับแบบปิกนิกกับโซฟาแบบพนักพิงปรับลงเป็นที่นอนได้ ซึ่งไหม้หมด

บนโซฟาดังกล่าวพบศพ ด.ญ.กนกนภา อายุ 14 ปี สภาพนอนคว่ำหน้า ซึ่งทั้งสองศพอยู่ในสภาพถูกไฟเผาไหม้เกรียมเป็นตอตะโก ใกล้กันเจ้าหน้าที่พบยาฆ่าแมลง แบบแกลลอน 5 ลิตร จำนวน 1 แกลลอน ภายในแกลลอนมีน้ำยาหลงเหลือเพียงเล็กน้อย และยังพบว่าขวดน้ำยาแลกเกอร์ สำหรับทาไม้ ตกอยู่ใกล้ศพ จำนวน 2 ขวด เป็นขวดเปล่า 1 ขวด และอีก 1 ขวด ภายในขวดมีน้ำขุ่นขาว ทราบภายหลังคือยาฆ่าแมลงซึ่งผสมกับน้ำไว้เต็มขวด

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบกระดาษ ขนาด A4 จำนวน 2 แผ่น ปลิวตกอยู่บนพื้นปูนบริเวณหน้าบ้านโดยกระดาษทั้งสองแผ่นได้เขียนข้อความขนาดใหญ่ไว้ว่า ขอโทษ อสม.ทุกคนที่จบชีวิตด้วยทำ(ลาย)ร้ายตัวเอง หนีทุกสิ่งทุกอย่างจากน้องและกระดาษอีกแผ่นเขียนข้อความว่า เรามาใช้เวรชาตินี้ (หนี้) กระนุ้ย (เป็นภาษาที่เรียกน้อง ที่นี้หมายถึงน้องสาวของคนตาย) มึงเอาเงินกูไป 60,000 บาท กูขอจองเวรมึงทุกๆ ชาติ เจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกและเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบถาม น.ส.อ้อยทิพย์ อายุ 39 ปี ทราบว่า นางอุทัย ผู้เสียชีวิตคือแม่ตนเองและอีกศพนั้นก็เป็นหลานสาว ซึ่งเป็นพิการด้วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงมาตั้งแต่เด็ก โดยหลานสาวนั้นเป็นลูกของพี่ชาย แต่แม่ได้พามาเลี้ยงหลังจากเกิดซึ่งหลังจากที่พ่อเสียชีวิตลง แม่กับหลานก็อาศัยบ้านหลังดังกล่าวกันเพียง 2 คน ส่วนตนเองนั้นจะอยู่ก่อนถึงบ้านแม่เพียงเกือบ 100 เมตรและจะเวียนไปมาหาสู่อยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะเวลาแม่จะไปไหนมาไหน ตนก็จะเป็นคนขับรถไปให้

โดยก่อนเหตุตนเองได้พาแม่ไปประชุมที่ศาลาหมู่บ้าน เนื่องจากแม่เป็น อสม.เมื่อส่งเสร็จตนเองก็กลับมาบ้าน ขณะตนเองกำลังจะไปรับกลับ ก็ทราบว่า แม่ได้อาศัยรถ จยย.เพื่อนบ้านมาแล้ว ตนเองก็ไม่สนใจอะไรมากนัก จนกระทั่งพอพลบค่ำตนเองเห็นบริเวณบ้านแม่มีเปลวและแสงไฟลุกโชนพร้อมมีเสียงคล้ายระเบิดแต่ดังไม่มากนัก จึงวิ่งไปดูก็พบภาพไฟกำลังลุกไหม้แม่และหลานสาวจึงได้ร้องตะโกนให้คนช่วยแต่ก็สายไปแล้วแม่กับหลานได้ถูกไปคลอกเสียชีวิต จึงได้โทรแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบ

น.ส.อ้อยทิพย์ เล่าต่ออีกว่า สำหรับกระดาษที่แม่เขียนไว้นั้น คาดแม่เครียดมากเพราะเงินที่น้องสาวแม่ยืมไปนานกว่า 2 ปี แล้วยังไม่ได้กลับคืนมา แม่เคยทวงก็ทะเลาะกันหนำซ้ำน้องสาวแม่ ซึ่งมีบ้านอยู่ด้านหน้าสุดยังเอาไม้และหลักมาฝั่งปิดกั้นทางไม่ให้แม้ใช้ทางเข้าบ้าน ซึ่งทางผู้ใหญ่บ้านได้มาเจรจาไกล่เกลี่ยจนต้องยอมเปิดให้และตลอดเวลาที่ผ่านมาแม่จะทวงถามเงินเพราะต้องใช้จ่ายกับการซื้อของใช้สำหรับหลานสาวที่พิการ น้องสาวก็เย้ยหากได้ก็ไปฟ้องเอาคาดว่าแม่คงเครียดมากจึงได้ตัดสินใจจุดไฟเผาตนเองและหลานสาวที่พิการให้ตายตามกันไปเพราะไม่อยากให้เป็นภาระใคร ซึ่งเรื่องนี้แม่เคยพูดและจะทำมาแล้วจนที่สุดก็มาถึงจนได้

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ